Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » ขู่ทำเกินไม่ปล่อยน้ำให้-ตัดสิทธิ์ประกันราคา ล้อมคอกชาวนาปลูกข้าวปีละ2หน

ขู่ทำเกินไม่ปล่อยน้ำให้-ตัดสิทธิ์ประกันราคา ล้อมคอกชาวนาปลูกข้าวปีละ2หน

Submitted by info on Sat, 12/06/2010 - 10:20

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีตนเป็นประธาน มีมติเห็นชอบแผนการจัดระบบการเพาะปลูกข้าวของประเทศไทยให้เหลือแค่ 2 ครั้งต่อปี คือ นาปี 1 ครั้ง และนาปรัง 1 ครั้ง ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ เนื่องจากเห็นว่าเป็นแผนงานที่มีความเหมาะสม และน่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกข้าวในประเทศได้ดีมากขึ้น และจะมีการนำข้อเสนอนี้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอย่างเป็นทางการต่อไป

"ขั้นตอนการปฏิบัติ เกษตรกรที่เข้าโครงการต้องทำข้อตกลงกับราชการว่าหากไม่ปฏิบัติตาม ปลูกเกิน 2 ครั้งที่ตกลงไว้ ราชการจะไม่ปล่อยน้ำให้ และจะถูกตัดสิทธิ์จากการเข้าร่วมโครงการประกันรายได้เกษตรกรด้วย" นายไตรรงค์กล่าว

นายไตรรงค์ กล่าวว่า สำหรับแผนการจัดระบบเพาะปลูกข้าวใหม่ ที่มีการเสนอเข้ามาให้พิจารณาครั้งนี้จะเริ่มต้นใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ ช่วงการปลูกข้าวนาปรัง ปี"54 ไปจนถึงปี"56 รวมระยะเวลา 3 ปี กำหนดพื้นที่เป้าหมาย 22 จังหวัด ในเขตชลประทาน ดำเนินการปีละ 3 ล้านไร่ รวมเป็น 9 ล้านไร่ โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว เมล็ดพันธุ์พืช การอบรมความรู้ จัดหาตลาดรองรับผลผลิตพืชหลังนา การผ่อนปรนดอกเบี้ย และเลื่อนกำหนดเวลาชำระหนี้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมดคาดว่าจะใช้งบประมาณสนับสนุนทั้งสิ้น 2,180 ล้านบาท

สำหรับรูปแบบของระบบการเพาะปลูกข้าวใหม่นี้จะมี การนำเรื่องการพักหน้าดิน จากการหยุดทำนาและการปลูกพืชหลังนา เข้ามาร่วมกับการเพาะปลูกข้าวตามระบบปกติ เพื่อช่วยรักษาหน้าดินและสามารถตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรคแมลง อาทิ เพลี้ยกระโดด โดยระบบการเพาะปลูกข้าวที่กำหนดไว้ในขณะนี้มี 4 รูปแบบ พิจารณาปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ คือ 1.ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้นปลูกข้าวนาปีต่อ หลังจากนั้นก็ปลูกพืชหลังนา ก่อนจะเริ่มปลูกข้าวนาปรังอีกครั้ง 2.ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้นปลูกข้าวนาปีต่อ หลังจากนั้นก็เว้นวรรคการปลูกพืช ก่อนจะเริ่มการปลูกข้าวนาปรังอีกครั้ง 3.ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้นปลูกพืชหลังนามาคั่นช่วงก่อนจะปลูกข้าวนาปีต่อ และ 4.ปลูกข้าวนาปรัง จากนั้นเว้นวรรคการปลูกพืช แล้วถึงค่อยมาปลูกข้าวนาปี

รายงานข่าว แจ้งว่า พื้นที่เป้าหมาย 22 จังหวัด คือกำแพงเพชร เชียงราย นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุทัยธานี ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นครนายก ฉะเชิงเทรา ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี เบื้องต้น กระทรวงเกษตรฯระบุว่า การปลูกข้าวปัจจุบันเกษตรกรมีต้นทุนสูงมาก โดยเฉพาะนาปรังสูงถึงตันละ 6,760 บาท แต่การปลูกข้าวแบบใหม่จะทำให้ต้นทุนลดลง 1,037 บาท/ตัน เนื่องจากจำนวนการปลูกน้อยลง แต่ให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น 20%

  • ข่าวสด
  • สิทธิเกษตรกรและชุมชน
  • 310 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues