วิกฤติ'ยา เหลือใช้' ในครัวเรือน สูญเดือนละ700ล.
ผงะ! คนไทยมี "ยาเหลือใช้" ในบ้านกว่า 400% ทำให้สูญเสียเดือนละ700 ล้านส่งผลค่าใช้จ่ายสุขภาพพุ่งเกินกว่า 2 แสนล้าน สาเหตุมาจาก ซื้อมาเก็บไว้แล้วไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่หมดหรือเมื่อหายจากอาการป่วย แล้วก็ไม่ได้กินยาต่อ...
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ภญ.รศ.ธิดา นิงสานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาค่าใช้จ่ายด้านยาของประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละปีรัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณด้านยาเป็นจำนวนมหาศาล โดยภาครัฐมีค่าใช้จ่ายด้านยาสูงถึงประมาณ 1 ใน 3 ของรายจ่ายด้านสุขภาพทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี จากการเก็บข้อมูลระดับประเทศ พบว่า สัดส่วนของค่ายาคิดเป็น 50% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมด ที่มีอยู่ประมาณกว่า 200,000 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุหนึ่งเกิดจากการใช้ยาหลายขนานร่วมกัน และส่วนหนึ่งเป็นยาต่าง ประเทศที่มีราคาแพง และการสั่งจ่ายยาครั้งละหลายๆ เดือน
นายกสภา เภสัชกรรม กล่าวว่า จากการที่เภสัชกรได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงการที่ให้ผู้ป่วยนำยากลับมาเมื่อมาพบแพทย์ทุกครั้ง พบว่ามียาเหลือใช้ในครัวเรือนจำนวนมาก ซึ่งมีปัจจัยหลายสาเหตุ เช่น ผู้ป่วยซื้อยามาเก็บไว้แล้วไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่หมดหรือเมื่อหายจากอาการป่วย แล้วก็ไม่ได้กินยาต่อ หรือการที่แพทย์เปลี่ยนการรักษามาใช้ยาตัวใหม่ ยาเดิมไม่ใช้แล้วแต่ผู้ป่วยยังมียาเหลือจำนวนมาก หรือบางครั้งผู้ป่วยก็ปรับลดขนาดยาที่ใช้เอง ผู้ป่วยเสียชีวิต รวมทั้งการที่ผู้ป่วยใช้ยาไม่ถูกต้องหรือมีความเชื่อผิดๆ ซึ่งปัญหายาเหลือใช้ในครัวเรือนเป็นปัญหาซ่อนเร้นของระบบสุขภาพไทย ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านยาของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยเงียบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยเฉพาะหากมีการนำยาเหลือใช้ไปให้ผู้อื่นใช้ต่อ เพราะคนอื่นอาจแพ้ยาตัวนั้นเกิดปัญหาตามมาอีก
ภญ.ศิริรัตน์ ตันปิชาติ เภสัชกรประจำสมาคมเภสัชกรรมชุมชน กล่าวว่า จากการที่เภสัชกรในโครงการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้เข้า เยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคเรื้อรังจำนวน 700 คน ที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลทั้งหมด 54 ชุมชน พบว่าผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งต้องใช้ยาหลายขนานร่วมกันในการรักษาโรคนั้น มียาเหลือใช้ในบ้านสูงถึง 3-4 เท่าของยาที่ควรมี หรือประมาณ 300-400% ซึ่งสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้ป่วยไม่รับประทานยาตามแพทย์สั่งสูง ถึง 90% และในจำนวน 90% ที่ไม่รับประทานยาตามแพทย์สั่งนั้น 25% รับประทานยาไม่สม่ำเสมอ ส่วนอีก 65% ผู้ป่วยไม่ยอมรับประทานยาเลย จึงทำให้เกิดปัญหาด้านการใช้ยาและยาเหลือใช้ตามบ้าน อีกทั้งยังอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ จากผลการรักษาที่ไม่ได้ตามเป้าหมาย และภาวะโรคแทรกซ้อนอื่นที่ตามมาได้ โดยพบว่ายาเหลือใช้ของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องกินยาหลายชนิดแต่ไม่ได้กิน หรือกินไม่ครบและกลายเป็นยาเหลือใช้ คิดเป็นมูลค่ายาสูญเสียไม่ต่ำกว่า คนละ 700 บาทต่อคนหรือประมาณ 700 ล้านบาท เมื่อคิดจากจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 10 ล้านคนในแต่ละเดือน

