Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » วิกฤติ'ยา เหลือใช้' ในครัวเรือน สูญเดือนละ700ล.

วิกฤติ'ยา เหลือใช้' ในครัวเรือน สูญเดือนละ700ล.

Submitted by info on Sat, 12/06/2010 - 10:09

ผงะ! คนไทยมี "ยาเหลือใช้" ในบ้านกว่า 400% ทำให้สูญเสียเดือนละ700 ล้านส่งผลค่าใช้จ่ายสุขภาพพุ่งเกินกว่า 2 แสนล้าน สาเหตุมาจาก ซื้อมาเก็บไว้แล้วไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่หมดหรือเมื่อหายจากอาการป่วย แล้วก็ไม่ได้กินยาต่อ...

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ภญ.รศ.ธิดา นิงสานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาค่าใช้จ่ายด้านยาของประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละปีรัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณด้านยาเป็นจำนวนมหาศาล โดยภาครัฐมีค่าใช้จ่ายด้านยาสูงถึงประมาณ 1 ใน 3 ของรายจ่ายด้านสุขภาพทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี จากการเก็บข้อมูลระดับประเทศ พบว่า สัดส่วนของค่ายาคิดเป็น 50% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมด ที่มีอยู่ประมาณกว่า 200,000 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุหนึ่งเกิดจากการใช้ยาหลายขนานร่วมกัน และส่วนหนึ่งเป็นยาต่าง ประเทศที่มีราคาแพง และการสั่งจ่ายยาครั้งละหลายๆ เดือน

นายกสภา เภสัชกรรม กล่าวว่า จากการที่เภสัชกรได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รวมถึงการที่ให้ผู้ป่วยนำยากลับมาเมื่อมาพบแพทย์ทุกครั้ง พบว่ามียาเหลือใช้ในครัวเรือนจำนวนมาก ซึ่งมีปัจจัยหลายสาเหตุ เช่น ผู้ป่วยซื้อยามาเก็บไว้แล้วไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่หมดหรือเมื่อหายจากอาการป่วย แล้วก็ไม่ได้กินยาต่อ หรือการที่แพทย์เปลี่ยนการรักษามาใช้ยาตัวใหม่ ยาเดิมไม่ใช้แล้วแต่ผู้ป่วยยังมียาเหลือจำนวนมาก หรือบางครั้งผู้ป่วยก็ปรับลดขนาดยาที่ใช้เอง ผู้ป่วยเสียชีวิต รวมทั้งการที่ผู้ป่วยใช้ยาไม่ถูกต้องหรือมีความเชื่อผิดๆ ซึ่งปัญหายาเหลือใช้ในครัวเรือนเป็นปัญหาซ่อนเร้นของระบบสุขภาพไทย ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านยาของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยเงียบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยเฉพาะหากมีการนำยาเหลือใช้ไปให้ผู้อื่นใช้ต่อ เพราะคนอื่นอาจแพ้ยาตัวนั้นเกิดปัญหาตามมาอีก

ภญ.ศิริรัตน์ ตันปิชาติ เภสัชกรประจำสมาคมเภสัชกรรมชุมชน กล่าวว่า จากการที่เภสัชกรในโครงการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้เข้า เยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคเรื้อรังจำนวน 700 คน ที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลทั้งหมด 54 ชุมชน พบว่าผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งต้องใช้ยาหลายขนานร่วมกันในการรักษาโรคนั้น มียาเหลือใช้ในบ้านสูงถึง 3-4 เท่าของยาที่ควรมี หรือประมาณ 300-400% ซึ่งสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้ป่วยไม่รับประทานยาตามแพทย์สั่งสูง ถึง 90% และในจำนวน 90% ที่ไม่รับประทานยาตามแพทย์สั่งนั้น 25% รับประทานยาไม่สม่ำเสมอ ส่วนอีก 65% ผู้ป่วยไม่ยอมรับประทานยาเลย จึงทำให้เกิดปัญหาด้านการใช้ยาและยาเหลือใช้ตามบ้าน อีกทั้งยังอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ จากผลการรักษาที่ไม่ได้ตามเป้าหมาย และภาวะโรคแทรกซ้อนอื่นที่ตามมาได้ โดยพบว่ายาเหลือใช้ของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องกินยาหลายชนิดแต่ไม่ได้กิน หรือกินไม่ครบและกลายเป็นยาเหลือใช้ คิดเป็นมูลค่ายาสูญเสียไม่ต่ำกว่า คนละ 700 บาทต่อคนหรือประมาณ 700 ล้านบาท เมื่อคิดจากจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 10 ล้านคนในแต่ละเดือน

  • ไทยรัฐ
  • สาธารณะสุขและรัฐสวัสดิการ
  • 624 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues