Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » ผวามรสุมเสรีตลาดทุนโลกแข่งขันรุนแรง "จรัมพร" รื้อแผน 5 ปีตลาดหุ้น

ผวามรสุมเสรีตลาดทุนโลกแข่งขันรุนแรง "จรัมพร" รื้อแผน 5 ปีตลาดหุ้น

Submitted by info on Tue, 08/06/2010 - 11:59

ผู้จัดการตลาดหุ้นคนใหม่เล็งรื้อแผนงานระยะ 3-5 ปีของตลาดหลักทรัพย์ ให้รองรับและทันกับกระแสการเปิดเสรีของตลาดทุนโลกที่จะแข่งขันกันอย่าง รุนแรง...

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนใหม่ ได้แถลงข่าวเปิดตัวเป็นครั้งแรกนับจากเข้ารับตำแหน่ง โดยนายจรัมพรกล่าวว่า จะทบทวนแผนงานระยะ 3-5 ปี ของตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้สอดคล้องกับ สถานการณ์และพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตาม กระแสตลาดทุนโลก โดยเฉพาะการเปิดเสรีตลาดทุนที่มีการแข่งขัน กันอย่างเสรี ทำให้มีการแข่งขันรุนแรงมาก ดังนั้น ต้องปรับแผนให้รองรับกับความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น โดยแผนงานที่มีอยู่ขณะนี้ยังไม่สามารถรองรับกับสถานการณ์ในอนาคตได้ แต่แผนดังกล่าวจะยังอยู่ภายใต้กรอบใหญ่ตามแผนพัฒนาตลาดทุนไทย

"เรา ต้องมีความชัดเจนและมองเห็นภาพเดียวกันว่าใน 3-5 ปีต้องพัฒนาไปด้านไหน จากนั้นต้องวางโรดแม็ปให้ชัดเจนว่า จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรและใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งภายใน 3 เดือนข้างหน้านี้ จะต้องเห็นความชัดเจนทั้งหมดของแผน"

นายจรัมพร ยังกล่าวว่า เป้าหมายหรือภารกิจที่ตนได้รับมอบหมายคือต้องแปรสภาพตลาดหลักทรัพย์ให้เป็น องค์กรธุรกิจให้สำเร็จในปี 55 รวมทั้งนำพาตลาดหลักทรัพย์ให้เดินหน้าไปตามแผนพัฒนาตลาดทุนไทย ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำตลาดหลักทรัพย์ให้มีการพัฒนาได้มากกว่าเป้า หมายที่ตั้งไว้ เพราะเห็นโอกาสการเติบโตขององค์กรนี้ที่ยังเปิดกว้างในการทำธุรกิจอีกมาก ทั้งการเพิ่มจำนวนและประเภทนักลงทุน เพิ่มจำนวนบริษัทจดทะเบียนและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้เข้ามาซื้อขายในตลาดทุน โดยให้ความสำคัญกับการมีเครือข่ายของบริษัทจดทะเบียน ผู้ลงทุน และโบรกเกอร์ที่ดี มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ต้องได้มาตรฐานสากลรวมทั้งการบริหารความเสี่ยง ที่ดีด้วย

"มีเป้าหมายที่จะยกระดับตลาดหุ้นไทยให้น่าลงทุนเป็นตลาด หุ้นชั้นแนวหน้าในภูมิภาค โดยให้สอดคล้องกับขนาดของเศรษฐกิจประเทศ เพราะทุกวันนี้ยอมรับว่า ขนาดและความสำคัญของตลาดหุ้นไทยเมื่อเทียบในดัชนี MSCI ถือว่ายังมีความสำคัญน้อยมาก ทั้งนี้ มั่นใจว่าหลังครบวาระอีก 4 ปี ข้างหน้าจะได้เห็นทุกอย่างมีความแตกต่างจากปัจจุบันทั้งรายได้และกำไรสุทธิ ของตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งมูลค่าตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) และมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวัน"

สำหรับแผนในการดึงดูดเม็ดเงินลง ทุนต่างชาตินั้น นายจรัมพรกล่าวว่า จะเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน โดยมีแผนออกไปโรดโชว์ในต่างประเทศ วันที่ 12-14 ก.ค. จะไปโรดโชว์ที่ลอนดอน อังกฤษ โดยเน้นโปรโมตหุ้นบลูชิพหรือหุ้นขนาดใหญ่ 30-50 ตัว ที่มีจุดแข็งหลายด้าน เพราะไม่ว่าจะผ่านวิกฤติเศรษฐกิจมากี่รอบ บริษัทเหล่านี้ยังยืนหยัดมั่นคง มีกำไรและจ่ายปันผลให้นักลงทุนได้ต่อเนื่องและในระดับสูง ไม่แพ้หุ้นบลูชิพในตลาดหุ้นใหญ่ๆในต่างประเทศ ดังนั้น จึงควรโปรโมตจุดแข็งของหุ้นเหล่านี้ ซึ่งจะมีผลให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้อย่างมั่นคง และทำให้บริษัทอื่นๆที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ต่างชาติให้มูลค่าหรือราคากับหุ้นไทยสูงขึ้น ทำให้ค่า P/E (อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น) ของตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นตามไปด้วย

นาย จรัมพรยังกล่าวอีกว่า "ยังมีภารกิจสำคัญคือ การลดต้นทุนการระดม ทุนของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ โดยให้ตลาดทุนเป็นเครื่องมือในการระดมทุนของภาคธุรกิจมากขึ้น ที่สำคัญจะเร่งจัดกลุ่มลูกค้าทั้งบริษัทจดทะเบียน ผู้ลงทุน และโบรกเกอร์ โดยเฉพาะผู้ลงทุนซึ่งมีหลายกลุ่ม และมีความต้องการและมีพฤติกรรมการลงทุนต่างกัน โดยจะแบ่งกลุ่มให้ชัดเพื่อตอบสนองความ ต้องการด้านต่างๆให้ตรงจุด เอื้อให้เข้ามาลงทุนในตลาดไทยมากขึ้น รวมทั้ง ต้องทำเค้กให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้โบรกเกอร์มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย ไม่ใช่แย่งชิงกินกันอยู่แต่เค้กก้อนเดิม ส่วนเงินต่างชาตินั้นทุกวันนี้เงินทุนทั่วโลกมีจำนวนมหาศาลและไม่มีสัญชาติ ที่ไหนน่าลงทุนก็จะไหลเข้าไป ดังนั้น เราต้องเข้าใจความต้องการของเงินทุนเหล่านี้ต้องอำนวยความสะดวกและมีสินค้า ที่น่าลงทุน ซึ่งปัจจุบันต่างชาติมีเงินลงทุนหุ้นไทย 2.3 ล้านล้านบาทคิดเป็น 37% ของมูลค่าตลาดรวม 6 ล้านล้านบาท" นายจรัมพรกล่าว

สำหรับ ภาวะตลาดวันที่ 7 มิ.ย. ดัชนีหุ้นไทยทรุดตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ที่กลับมากังวลกับวิกฤติหนี้ยุโรปที่ล่าสุดออกอาการไปถึงฮังการี ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลและค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงอย่างหนัก ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 759.85 จุด ลดลง 11.63 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 16,027.27 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 874.87 ล้านบาท

  • ไทยรัฐ
  • การค้าและการลงทุน
  • 292 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues