เล็งขยายซีแอล2ยาเอดส์
บอร์ด สปสช.นัดถกขยายซีแอล "ยาเอดส์" เพิ่มอีก 2 รายการที่ใกล้หมดอายุการประกาศซีแอลเมื่อปี 49 เตรียมเสนอให้ "จุรินทร์" ตัดสินใจต่อไป
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในวันจันทร์ที่ 14 มิ.ย.นี้ จะมีการบรรจุวาระการพิจารณาขยายการบังคับใช้สิทธิ์เหนือสิทธิบัตรยา (ซีแอล) ในกลุ่มยาต้านไวรัสเอดส์ 2 รายการ ที่เป็นสูตรสำรองในกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ดื้อยา คือยาเอฟฟาไวเรนซ์ และยาสูตรผสมระหว่างโลพินาเวียร์กับริโทนาเวียร์ ตามที่คณะอนุกรรมการคัดเลือกยาและเวชภัณฑ์ที่มีความจำเป็นและมีปัญหาการการ เข้าถึงของประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพที่มี ภญ.สำลีใจดี เป็นประธานเสนอ เนื่องจากยาทั้ง 2 รายการใกล้หมดอายุการประกาศซีแอลแล้วโดยยาเอฟฟาไวเรนซ์ ประกาศซีแอลเมื่อวันที่ 29 พ.ย.2549 สิ้นสุดในวันที่31ธ.ค.2554 ส่วนยาสูตรผสมโลพินาเวียร์กับริโทนาเวียร์ประกาศซีแอลเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2550 สิ้นสุดในวันที่31 ม.ค.2555 นี้ เพราะหากไม่มีการขยายการประกาศซีแอลจะส่งผลต่อผู้ติดเชื้ออย่างมาก และอาจส่งผลต่องบประมาณในระบบหลักประกันสุขภาพหากต้องซื้อยาต้นแบบที่ยังติด สิทธิบัตรยาคุ้มครองผู้ผลิตอยู่ทั้งนี้ยาเอฟฟาไวเรนซ์จะหมดสิทธิบัตรในเดือน กรกฎาคม2556 ขณะที่ยาสูตรผสมโลพินาเวียร์กับริโทนาเวียร์สิทธิบัตรจะหมดในปี 2564
"ขณะนี้ยาต้านไวรัสเอดส์ทั้ง2รายการมีผู้ติดเชื้อต้องรับยานี้เพิ่มมากขึ้น หากซื้อยาต้นแบบคงไม่ไหวอย่างไรก็ตามเชื่อว่าการขยายสิทธิบัตรยานี้ไม่น่ามี ปัญหาเพราะไม่ใช่เป็นการประกาศบังคับใช้ยารายใหม่" แหล่งข่าวจากบอร์ด สปสช.กล่าว
ด้าน นพ.วินัยสวัสดิวรเลขาธิการ สปสช. เปิดเผยว่า สปสช.มีหน้าที่เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษารวมถึงการเข้าถึงยาที่จำ เป็นต่อการรักษาโรคโดยในส่วนของยาต้านไวรัสเอดส์2รายการที่ใกล้หมดอายุลง นั้น ทาง สปสช.อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อขยายระยะเวลาการประกาศซีแอลเพิ่มเติม แต่ทั้งนี้การประกาศซีแอลนั้นไม่ได้อยู่ในอำนาจ สปสช.ซึ่งทางเรามีหน้าที่เพียงนำเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุขเพื่อให้พิจารณา ประกาศซีแอลต่อไป

