เกษตรฯ หนุนสานต่อประกันรายได้เกษตรกร
แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรแบบยั่งยืน
ความพยายามในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรของภาครัฐ ให้สามารถผลิตและจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร เพื่อสร้างรายได้สร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวและชีวิตความป็นอยู่ เป็นที่มาของการจัดทำ"โครงการประกันรายได้เกษตรกร" เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้เกษตรกรและเป็นการสร้างระบบเพื่อลดความเสี่ยงด้าน ราคา เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้ในระยะยาว โดยการชดเชยรายได้จากพื้นที่ปลูก และผลผลิตเฉลี่ยคูณกับผลต่างของราคาประกันกับเกณฑ์กลางอ้างอิงในพืชเศรษฐกิจ สามชนิด ไดแก่ ข้าวเปลือก นาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง
นาย ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลได้ดำเนิน "โครงการประกันรายได้เกษตรกร" ปีการเพาะปลูก 2552/53 (รอบที่ 1) พบว่าสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ชนิดอย่างมาก ทั้งข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยรอบแรกมีเกษตรกรขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ รวมทั้งสิ้น 4,375,998 ราย แยกเป็น ผู้ปลูกข้าว จำนวน 3,528,364 ราย มันสำปะหลัง 447,306 ราย และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 400,328 ราย โครงการประกันรายได้เกษตรกรในปีแรก ภาพรวมถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ โดยสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้เป็นจำนวนมากทั้งรายใหญ่และรายย่อย ซึ่งทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งยังมีความมั่นคงทางรายได้และเกิดความมั่นคงทางอาชีพด้วย
อย่าง ไรก็ตาม เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรเป็นไปอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายให้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกร ปี 2553/54 (รอบที่ 2) โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ชนิด (ทพศ.1-3) ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ครอบคลุมจังหวัดที่มีการเพาะปลูกทุกจังหวัด เพื่อให้ได้ฐานข้อมูลเกษตรกร รวมถึงพื้นที่ปลูก และพันธุ์ที่ปลูกถูกต้องตรงตามความเป็นจริง เตรียมพร้อมนำเข้าสู่โครงการประกันรายได้เกษตรกรในปีที่ 2 ต่อไป
ด้าน นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า การรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืชทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว จะเริ่มเปิดรับขึ้นทะเบียนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2553 - กุมภาพันธ์ 2554 ซึ่งครั้งนี้ตั้งเป้าว่า จะมีเกษตรกรสมัครใจขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ไม่น้อยกว่า 4,375,998 ราย แบ่งเป็น ผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 400,328 ราย มันสำปะหลัง 447,306 ราย และผู้ปลูกข้าวไม่ต่ำกว่า 3,528,364 ราย ทั้งนี้ยืนยันว่า โครงการประกันรายได้เกษตรกรมีประโยชน์มากกว่าโครงการรับจำนำ โดยการประกันรายได้เกษตรกรในรอบแรกที่ผ่านมา พบว่าสามารถแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรได้มากกว่าโครงการรับจำนำ และยังใช้งบประมาณน้อยกว่าการรับจำนำ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการรีบจำนำพืชทั้งสามชนิด ในปีที่ผ่านมา ที่มีเกษตรกรได้รับประโยชน์เพียง 1.18 ล้านรายเท่านั้น นอกจากนี้จากการสำรวจเกษตรกรที่เข้าโครงการพบว่ามีสูงขึ้นจากเดิม เนื่องจากเกษตรกรให้ความสนใจการเข้าลงทะเบียนเกษตรกรเพื่อรับการช่วยเหลือ จากภาครัฐมีมากขึ้น
"สำหรับการการประกันรายได้เกษตรกรปัจจุบัน จะทำให้เกษตรกรมีความมั่นใจว่าสามารถขายสินค้าได้ เพราะรัฐบาลจะดูแลกลไกของตลาดให้โดยไม่มีการกดราคา และปล่อยให้เป็นไปตามราคาตลาดโลก ซึ่งจะส่งผลให้สินค้าไม่กระจุกตัวเหมือนการรับจำนำสินค้าเกษตรที่ผ่านมาซึ่ง จะพบปัญหาการกระจุกของสินค้าและสินค้าค้างสต็อกเนื่องจากรัฐบาลมีการรับจำนำ ด้วยราคาที่สูงทำให้เกษตรกรแห่นำสินค้าเข้ามาจำนำและท้ายสุดก็กลายเป็นภาระ ภาครัฐที่ต้องจัดเก็บในสต็อก และยังพบปัญหาการทุจริต" เลขาธิการ สศก.กล่าวในที่สุด

