Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » สภาพัฒน์หวั่นไตรมาส3คนตกงานพุ่ง

สภาพัฒน์หวั่นไตรมาส3คนตกงานพุ่ง

Submitted by info on Tue, 01/06/2010 - 12:04

ชี้มนุษย์เงินเดือนรายได้หด-จี้ลดความเหลื่อมล้ำ

นางสุวรรณี คำมั่น รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า จากการขยายตัวของเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้ที่ 12% มีผลให้รายได้ที่แท้จริงโดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะภาวะเงินเฟ้อก็เพิ่มตามมาด้วย ส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นปัญหาเรื้อรังของสังคมไทย ลดได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยพิจารณาจากมีการกระจายของการผลิตสินค้าเชิงสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นในชนบท ซึ่งสร้างรายได้เพิ่มขึ้นแก่ประชาชนในพื้นที่ แต่การกระจายรายได้ด้านอื่นๆ ยังคงมีน้อย

ทั้งนี้ จากสถิติรายได้ของคนไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาพบว่า ยังมีรายได้ประจำเป็นรายได้หลักถึง 82.8% โดยในช่วงเศรษฐกิจซบเซาตั้งแต่ปี"49 สัดส่วนรายได้จากค่าแรงและเงินเดือนลดลงต่อเนื่อง แต่รายได้กำไรจากการทำธุรกิจและรายได้จากทรัพย์สินมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ขณะที่เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว ค่าแรงและเงินเดือนแม้จะเพิ่มขึ้นแต่ก็ช้ากว่าส่วนที่เป็นกำไรของภาคธุรกิจ และเนื่องจากคนไทยที่มีรายได้ต่ำและปานกลางเป็นฐานใหญ่ของสังคม ดังนั้นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ต้องอาศัยการปฏิรูปทั้งระบบ ทั้งการปรับฐานเศรษฐกิจเพื่อสร้างฐานอาชีพและรายได้ ปรับระบบภาษีเพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม

สำหรับการจ้างงาน เมื่อภาคการผลิตและบริการฟื้นตัวในไตรมาส 1/53 ทำให้อัตราการว่างงานลดลงเหลือ 1.1% หรือมีผู้ว่างงาน 4.3 แสนคน แต่ในไตรมาส 2-3 จำเป็นที่ต้องเฝ้าระวังการเพิ่มขึ้นของการว่างงาน เนื่องจากความเสียหายของภาคธุรกิจที่เกิดจากการชุมนุมและการก่อการจลาจล ทำให้นายจ้างลดชั่วโมงทำงานและลดการจ้างงานลง นอกจากนี้ยังมีปัญหาภัยพิบัติการเกษตรทั้งภาวะภัยแล้งและการระบาดของศัตรู พืช ซึ่งจะเป็นข้อจำกัดของภาคเกษตรในการรองรับแรงงาน และปัจจัยสุดท้ายเกิดจากการทยอยเข้าสู่ตลาดแรงงานของผู้จบการศึกษาใหม่ ตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค.เป็นต้นมา ซึ่งแนวทางที่ผ่อนคลายปัญหานี้ได้คือมาตรการเยียวยาช่วยลดผลกระทบจากปัญหา การเมืองและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง

"เด็ก จบใหม่จะเข้ามาแทนที่ความต้องการจ้างแรงงานเด็กและแรงงานต่างด้าวตามที่ภาค เอกชนขอมา ซึ่งส่วนนี้จะมีความรู้ความสามารถสอดคล้องกับความต้องการของภาคแรงงาน และจะช่วยให้การพัฒนาภาคแรงงานมีคุณภาพเพิ่มขึ้นด้วย" นางสุวรรณีกล่าว

ขณะ เดียวกัน จากการติดตามความเคลื่อนไหวสถานการณ์ทางด้านสังคมในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ พบว่า ปัญหาสุขภาพจิตในสังคมมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นท่ามกลางปัญหาการเมือง ความขัดแย้งในสังคม และสภาพความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ โดยที่คนไทยยังขาดทักษะการจัดการความเครียดและภาวะวิกฤตในชีวิต ซึ่งเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มเกิดโรคนี้สูงจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพคน เสี่ยงเพิ่มอัตราฆ่าตัวตาย รวมถึง ผู้สูงอายุจะถูกทอดทิ้งมากขึ้นและเกิดโรคซึมเศร้ามากขึ้น

  • ข่าวสด
  • สาธารณะสุขและรัฐสวัสดิการ
  • 244 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues