สภาหมอขานรับคลังคุมจ่ายยา
แพทยสภาขานรับพร้อมฟันหมอจ่ายยาให้ข้าราชการแพงเกินจริง เสนอให้จำกัดการเลือก รพ. ถ้าป่วยน้อยใช้สิทธิ รพ.ทั่วไป และถ้าป่วยหนักค่อยไป รพ.รร.แพทย์
เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวถึงการขับเคลื่อนแนวทางการลดภาระค่าใช้จ่ายยาราคาแพงตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ทางแพทยสภาและกรมบัญชีกลางจะร่วมมือกันทำเพื่อชาติ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านยา โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการหารือกันมาแล้วครึ่งหนึ่ง ซึ่งต้องยอมรับว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เบื้องต้นคาดว่าจะลดราคาค่าใช้จ่ายด้านยาให้ได้ขั้นต่ำ 1 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามในเร็วๆ นี้ แพทยสภาและกรมบัญชีกลางจะจัดเสวนาใหญ่ในเรื่องนี้อีกครั้ง
"การดำเนินการจะต้องพิจารณาให้รอบด้าน โดยต้องพิจารณาว่า จะทำอย่างไม่ให้กระทบสิทธิของข้าราชการ ขณะเดียวกันมาตรการที่ออกมาก็จะต้องไม่กระทบดุลพินิจในการรักษาของแพทย์เช่น กัน" เลขาธิการแพทยสภากล่าว
สำหรับแนวทางที่อาจจะมีการดำเนินการ เช่น ให้ข้าราชการเลือกสถานพยาบาล 2 แห่ง คือ แห่งแรกสำหรับการรักษาทั่วไป และแห่งที่ 2 เป็นสถานพยาบาลระดับสูงกรณีเจ็บป่วยรุนแรง คือ โรงเรียนแพทย์ แต่ถ้าหากข้าราชการไปใช้บริการนอกเหนือจากสถานพยาบาลที่เลือกไว้ 2 แห่ง อาจจะต้องจ่ายเงินไปก่อนแล้วมาเบิกจ่ายภายหลัง ทั้งนี้สิ่งที่ต้องพัฒนาควบคุมกันไปในการเบิกจ่ายยา คือ การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ รพ. เช่น หากมีข้าราชการไปพบแพทย์ รพ.แห่งหนึ่งแล้ว วันรุ่งขึ้นไปพบแพทย์อีก รพ. เพื่อขอยาแบบเดียวกัน จะต้องมีข้อมูลออนไลน์ถึงกัน เพื่อป้องกันการช็อปปิ้งยา
นพ.สัมพันธ์กล่าวด้วยว่า การจะควบคุมยาราคาแพงจะต้องมีเงื่อนไขอีกหลายข้อเพื่อให้ได้ผลในทางปฏิบัติ จริง เช่น การจะสั่งจ่ายยานอกบัญชียาหลักได้ จะต้องมีการใช้ยาในเมืองไทยแล้วไม่ได้ผล หรือแพทย์ที่จะสั่งจ่ายยานอกบัญชียาหลักจะต้องเป็นแพทย์เฉพาะทางในโรคนั้นๆ เท่านั้น ไม่ใช่แพทย์ทั่วไปที่ไม่มีความรู้เฉพาะทาง รวมทั้งเรื่องของการร่วมมือกับราชวิทยาลัยในการให้ความรู้กับแพทย์ในการใช้ ยาที่ผลิตในประเทศ
"สำหรับแพทย์ที่มีการสั่งยาราคาแพงให้คนไข้ในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง ถ้ากรมบัญชีกลางส่งข้อมูลผิดปกติให้แพทยสภา ทางแพทยสภาก็จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยแพทย์ที่ทุจริตไว้อย่างแน่นอน" นพ.สัมพันธ์กล่า

