‘บัตรทอง’ป่วนรายจ่ายบาน
ร.พ.เอกชนลอยแพคนป่วย
โรงพยาบาลเอกชนแห่ถอนบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาทรักษาทุกโรค อ้างงบประมาณน้อย ผู้ป่วยมาก ค่ารักษา บานปลาย คนไข้เคว้งต้องหาโรงพยาบาลรัฐซัพพอร์ตแทน หวั่นนโยบายรักษาฟรีทำผู้ป่วยทะลักทุบ ระบบรักษาเสื่อมคุณภาพ
โครงการหลักประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า เป็นนโยบายที่รัฐบาล ต้องการให้คนไทยมีหลักประกันหรือ ความมั่นใจว่า เมื่อเจ็บป่วย ไม่สบาย ก็สามารถไปหาหมอเพื่อขอคำแนะ นำ รับบริการตรวจรักษา รวมถึงได้รับยาเพื่อรักษาโรค โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องค่ารักษาพยาบาล รัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาล แทน โดยในระยะเร่งด่วน รัฐบาลจัดโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เพื่อสร้างหลักประกันคุณภาพให้แก่ คนไทยที่ยังไม่มีสิทธิใดๆ ให้สามารถ เข้าใช้บริการสุขภาพได้โดยไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องเงินทอง
ที่ผ่านมาโรงพยาบาลของเอกชนหลายแห่งสนใจเข้าร่วมโครงการนี้ เนื่องจากจะได้รับงบประมาณตามรายหัวของประชากรที่มาขึ้นทะเบียนขอใช้บริการ เช่นหัวละ 1,000 บาท ซึ่งหากมีการเข้ารับการรักษาพยาบาลน้อยโรงพยาบาลก็จะมีเงินเหลือจากงบประมาณ ที่ได้รับ โรงพยาบาลจึงนำยุทธวิธี “ซ่อมก่อนสร้าง” มารณงค์ให้ประชากรในพื้นที่ออกกำลังกายเพื่อไม่ให้เจ็บป่วย เช่นการจัดคอร์สเต้นแอโรบิก เป็นต้น ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งในการลดจำนวนผู้ป่วยลงไปได้มาก และทำให้โรงพยาบาลไมใต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรัฐบาลได้ประกาศยกเลิกโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค โดยเปลี่ยนมาเป็นการรักษาพยาบาลฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว ซึ่งแม้จะเป็นแนวคิดที่ดี แต่ในภาคปฏิบัติกำลังเกิดปัญหากระจายไปในหลายพื้นที่ เมื่อโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งได้มีการยกเลิกบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าแล้ว
โดยเจ้าของบัตรประกันสุขภาพรายหนึ่ง เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่าก่อนหน้านี้ตนได้เข้าไปใช้บริการกับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่รับบัตร ประกันสุขภาพ 30 บาท แต่ปัจจุบันโรงพยาบาลได้ประกาศยกเลิกการรับบัตรดังกล่าว และให้ตนไปขึ้นทะเบียนรับรองสิทธิกับโรงพยาบาลอื่นที่รับบัตรแทน ซึ่งหากตนยังใช้บริการกับโรงพยาบาลเดิมก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายตามมูลค่าที่ เกิดขึ้นจริง เลยต้องไปหาขึ้นทะเบียนกับโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่เป็นโรงพยาบาลของภาครัฐแทน
“สยามธุรกิจ” ได้สอบถามไปยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งเคยเข้าร่วมโครงการบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งได้รับคำตอบเหมือนกันคือเมื่อก่อนโรงพยาบาลได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว แต่ปัจจุบันได้หยุดลง เนื่องจากผู้ป่วยมีจำนวนเพิ่มขึ้น จนโรงพยาบาลไม่สมารถรับผิดชอบไหว แต่ยังรับการรักษาในรูปแบบการส่งต่ออยู่
“เมื่อก่อนเรารับรักษาผู้ป่วยโดยตรงที่เรียกว่าระบบปฐมภูมิ คือผู้ป่วยรายใดมีบัตร 30 บาทเจ็บป่วยก็เดินทางมารักษาได้ทันที โดยเข้าร่วมโครงการมาประมาณ 10 ปี แต่ปัจจุบันผู้ป่วยมีจำนวนมากขึ้น งบประมาณที่รัฐบาลจ่ายให้ไม่เพียงพอกับการรักษา เราจึงต้องแจ้งขอยกเลิกการเข้าร่วมโครงการ คือไม่รับผู้ป่วยขั้นปฐมภูมิ แต่ยังรับผู้ป่วยส่งต่อจากที่อื่นหรือขั้นทุติยภูมิ ซึ่งเรามีเครือข่ายร่วมกับคลินิคประมาณ 20 แห่ง ซึ่งผู้ป่วยที่มีบัตร 30 บาทกับคลินิกเหล่านั้นทางคลินิคสามารถส่งต่อมารักษาที่เราได้ โดยคิดค่ารักษากับคลินิกที่ส่งผู้ป่วยเข้ามาตามมูลค่าที่เกิดขึ้นจริง” เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนให้ข้อมูล
เจ้าหน้าที่คนเดิมกล่าวต่ออีกว่า สำหรับการเข้าร่วมโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคของโรงพยาบาลเอกชนนั้น ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของโรงพยาบาล เท่าที่ทราบล่าสุดก็มีโรงพยาบาลหลายแห่งที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการแต่สนใจ เข้าร่วมก็มี เช่น โรงพยาบาล “ยันฮี” เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อ “สยามธุรกิจ” ตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลยันฮีได้รับคำตอบว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลยังไม่ได้เข่าร่วมโครงการบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่จะเข้าร่วมหรือไม่ หรือเข้าร่วมเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหารของโรงพยาบาล
ในขณะที่เจ้าหน้าที่แผนกบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของรัฐบาล เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่าปัจจุบันโรงพยาบาลยังให้บริการบัตรประสุขภาพถ้วนหน้าอยู่เหมือนเดิม เพราะเป็นนโยบายของภาครัฐ ซึ่งปรับมาสู่การให้บริการฟรีทั้งหมด ไม่ต้องเสีย 30 บาทเหมือนเดิม
“ในส่วนของโรงพยาบาลเอกชนก็เป็นความสมัครใจของเขาว่าจะเข้าร่วมโครงการบัตร ประกันสุขภาพถ้วนหน้าของรัฐบาลหรือไม่ แต่สำหรับโรงพยาบาลของรัฐเราต้องทำตามนโยบายของรัฐอยู่แล้ว ไม่มีสิทธิปฏิเสธที่จะไม่รักษาผู้ป่วย หากเกิดกรณีต้องส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาต่อในที่อื่น โรงพยาบาลก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด”

