Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » เอ็นจีโอ โต้ “สุวิทย์” อย่าทำตัวเป็นนักสร้างเขื่อน

เอ็นจีโอ โต้ “สุวิทย์” อย่าทำตัวเป็นนักสร้างเขื่อน

Submitted by admin on Mon, 15/03/2010 - 00:00

เดชา คำเบ้าเมือง
สำนักข่าวประชาธรรมอุดรธานี

เมื่อวันที่ 14 มี.ค.53 เวลา 10.00 น. นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ ผู้ประสานงานศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ อีสาน ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เขาพร้อมคณะรวม 7 คน ภายใต้ชื่อ “คณะสำรวจนิเวศวัฒนธรรมแม่น้ำโขง” ได้ลงพื้นที่ทำการสำรวจสภาพข้อเท็จจริงแม่น้ำโขงเริ่มตั้งแต่ ปากแม่น้ำเลย อ.เชียงคาน จ.เลย จนไปถึง อ.โขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นเวลา 8 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 จนถึงวันที่ 15 มีนาคม รวมระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร

“สิ่งที่คณะเราพบจากการสำรวจระบบนิเวศ และสอบถามพูดคุยกับชาวบ้านในส่วนของอำเภอเชียงคาน จนถึงอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย พบว่าสภาพระบบนิเวศสองฝั่งแม่น้ำโขงจะเป็นภูเขา และในลำน้ำโขงจะเป็นแก่งหินสลับกับหาดทราย ซึ่งระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร ในฝั่งประเทศไทยจะมีลำห้วยมากถึง 45 ห้วย โดยเฉลี่ย 2 กิโลเมตรต่อหนึ่งห้วย ห้วยที่เราพบขนาดใหญ่เช่น ปากชม ห้วยโมง จะมีเขื่อนกั้นเอาไว้ที่ปากแม่น้ำและลำห้วยเล็กๆ น้ำจะแห้ง ไม่มีน้ำไหลลงน้ำโขง นอกจากนี้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศบนภูเขา ซึ่งเป็นต้นน้ำ ป่าไม้จะถูกโค่นเปลี่ยนมาปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพด ถั่วดำ มะละกอ ยางพารา และในช่วงฤดูฝนพื้นดินจะไม่สามารถกักเก็บเอาไว้ได้และ น้ำจะไหลลงแม่น้ำโขงในทันที ส่งผลให้ฤดูแล้งน้ำในลำน้ำโขงลดลง”

ถ้าสังเกตจาก อ. ศรีเชียงใหม่ จนถึงจังหวัดมุกดาหาร ลักษณะระบบริมฝั่งโขงจะเป็นที่ราบเหมาะสำหรับการปลูกพืชริมโขง ซึ่งจะเป็นการปลูกพืชที่ไม่ใช้น้ำมาก เช่นยาสูบ พริก ฯลฯ แต่หากพื้นที่ที่อยู่หากจากลำน้ำโขงประมาณ 5-10 กิโลเมตรจะมีการใช้น้ำโดยการสูบจากลำโขงโดยเครื่องสูบน้ำจากกรมพัฒนาพลังงาน (พพ.) และมีการจ่ายค่าน้ำ 100 บาทต่อชั่วโมง จากการสัมภาษณ์ชาวบ้านที่มีการใช้น้ำในลักษณะนี้ บอกว่าไม่คุ้มกับการลงทุน

ในช่วงฤดูแล้งช่วงเดียวกันนี้ลำน้ำโขงจะเป็นปกติแห้ง แต่ในปีนี้รู้สึกว่าจะแห้งผิดกว่าปกติในรอบ 50 ปี ชาวบ้านจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการที่น้ำในลำน้ำโขงแห้งเร็วน่าจะเกิดจาก การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำของประเทศจีน และรัฐบาลไทยน่าจะพูดคุยกับรัฐบาลจีนถึงปัญหานี้ สิ่งที่ชาวบ้านเห็นตอนนี้คือ ลำน้ำโขงไม่ได้ถูกควบคุมด้วยธรรมชาติ แต่ถูกควบคุมด้วยเขื่อนในประเทศจีนและมีผลกระทบต่อการปรับตัวของการอยู่หา กินในช่วงสั้นๆ

“การที่รัฐมนตรี (สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) ออกมาพูดสนับสนุนการสร้างเขื่อนเป็นการตั้งธงเอาไว้และขาดความรู้ข้อเท็จ จริงในระดับพื้นที่อยากจะถามนายสุวิทย์ (รมต.) นอกจากคิดสร้างโครงการเขื่อนขนาดใหญ่กั้นแม่น้ำโขงเพื่อผันน้ำและเสนอให้มี โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ในอีสาน เพื่อหวังจะได้ส่วนแบ่งงบประมาณต่างๆ แล้วเคยทำประโยชน์และมีข้อเสนอที่แสดงตัวตนถึงนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในฐานะ เจ้ากระทรวงบ้างหรือไม่ หรือมีหน้าที่เอาทรัพยากรมาใช้ให้หมดในรุ่นเรานี้” หัวหน้าคณะสำรวจฯ กล่าวทิ้งท้าย

  • ประชาไทออนไลน์
  • สิ่งแวดล้อม
  • 177 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues