Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » เมดิคอลฮับยิ่งบูม30บาท!ก็ยิ่งทรุด

เมดิคอลฮับยิ่งบูม30บาท!ก็ยิ่งทรุด

Submitted by info on Sun, 14/02/2010 - 00:00

ปัจจุบัน ...กล่าวได้ว่าประเทศไทยเติบโตเป็นศูนย์กลางสุขภาพของภูมิภาค หรือ เมดิคอลฮับ (Medical Hub) ชั้นแนวหน้า ของเอเชีย เทียบชั้นประเทศต้นแบบอย่างสิงคโปร์

ซึ่ง...ไทยก็แซงหน้าด้านจำนวนคนไข้ไปแล้ว ในระยะเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งทศวรรษ

เป็น ผลมาจากการปรับตัวของโรงพยาบาลเอกชน นับตั้งแต่ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 และปี 2546 ทุกรัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพของทวีปเอเชีย

มนัส

ทว่าความสำเร็จสวยหรูข้างต้น กลับส่งผลกระทบกับโครงการหลัก ประกันสุขภาพต่างๆ มีหลากหลายปัญหาเข้ามาประเดประดัง

จากปัญหาราคาค่ารักษาที่สูงขึ้น ก็เป็นปัญหาการขาดแคลนแพทย์ ทันตแพทย์ และพยาบาลรุนแรงขึ้น

การศึกษาเรื่อง "แนวทางการพัฒนาศูนย์กลางสุขภาพของประเทศ ไทย (Thailand Medical Hub)" สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

รศ.ดร. อัญชนา ณ ระนอง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และ รศ.นพ.ศิรชัย จินดารักษ์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกันทำการศึกษา พบว่า...

ปัจจุบันมีคนไข้ชาวต่างชาติที่รับการรักษาในประเทศไทย รวมนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่มาทำงาน...ตั้งถิ่นฐาน มากถึงปีละ 1.4 ล้านคน

การ ปรับตัวของโรงพยาบาลเอกชนเพื่อรองรับคนไข้กลุ่มนี้แบ่งออกเป็น... กลุ่มที่เน้นการรักษาด้วยเทคโนโลยีมาตรฐานระดับโลก กลุ่มที่เน้นการรักษาที่เป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของสถานพยาบาล เช่น ศัลยกรรมตกแต่ง

กลุ่มที่เน้นการรักษาด้วยเทคโนโลยีระดับสูงแต่ยังอยู่ในขั้นทดลอง เช่น การรักษาด้วยเซลล์ต้นแบบ หรือสเต็มเซลล์ (Stem Cell)

กลุ่ม ที่เน้นการรักษาด้านทันตกรรม และกลุ่มที่เน้นการให้บริการตรวจสุขภาพ โดยใช้วิธีการทำตลาดในต่างประเทศที่หลากหลาย ทั้งการใช้ตัวแทนในประเทศและต่างประเทศ หรือบางแห่งทำตลาดด้วยตนเอง

รศ.ดร. อัญชนา ณ ระนอง หัวหน้าโครงการวิจัย บอกว่า การขยายตัวของการให้บริการทางการแพทย์กับชาวต่างชาติมีผลกระทบทั้งในด้านบวก และด้านลบ

ด้านเศรษฐกิจนั้น บริการนี้ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มประมาณร้อยละ 0.4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) แต่การที่คนไข้ต่างชาติเพิ่มมากขึ้นก็ทำให้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการ แพทย์...โดยเฉพาะแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล รุนแรงมากขึ้น

ชาว ต่างชาติเข้ามาพร้อมกับกำลังซื้อที่สูงกว่าคนไทยมาก มีส่วนสำคัญในการดึงดูดแพทย์...โดยเฉพาะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จากทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ รวมทั้งอาจารย์แพทย์และทีมงานจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยต่างๆ

ในระยะยาว...อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของการผลิตแพทย์

นอกจากนี้การที่มีกำลังซื้อเข้ามาอย่างมาก มีส่วนที่ทำให้ค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนเพิ่มในอัตราที่สูงขึ้นในระยะหลัง

มี แนวโน้มที่จะทำทั้งในสถานพยาบาลและโครงการหลักประกันสุขภาพต่างๆของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการบัตรทอง สวัสดิการข้าราชการ หรือโครงการประกันสังคม

มีต้นทุนเพิ่มขึ้น ในการรักษาบุคลากรไม่ให้ถูกดึงออกไปมาก จนเกิดผลกระทบรุนแรงต่อคุณภาพบริการของโครงการเหล่านี้

ปัญหา ต้นทุน งบดำเนินการที่ต้องแบกรับเกิดขึ้นแล้วในหลายโรงพยาบาล รัฐ โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์ใหญ่ประจำจังหวัด ที่ต้องรับภาระจากการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลหัวเมืองเข้ามารักษา

โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ก็เจอปัญหานี้ มีรถพยาบาลส่งต่อผู้ป่วยวิ่งเข้ามาจอดทุก 8 นาที...คัน

ด้วย นโยบาย "หมอไม่ปฏิเสธการรักษา ไม่มีคำว่าเตียงเต็ม" ยิ่งทำให้โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ฯ คลาคล่ำด้วยจำนวนผู้ป่วย จำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการที่ดีมาก เพื่อผ่องถ่ายภาระการรักษาให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้

"หนึ่งในนั้นคือ...ระบบการแพทย์ฉุกเฉินระยะไกล"

นายแพทย์มนัส กนกศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ฯบอก

เทคนิค มีอยู่ว่า ขณะที่ผู้ป่วยอยู่ในรถพยาบาล จะมีระบบติดตามสัญญาณชีพและจัดการฐานข้อมูล เพื่อสื่อสารกับผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆในโรงพยาบาลศูนย์แบบเรียลไทม์

แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญจะมีข้อมูลความเป็นไปของผู้ป่วยวิกฤติก่อนและระหว่างการนำส่ง ด้วยรถปฏิบัติการฉุกเฉิน ทั้งยังสั่งการรักษาที่จำเป็นก่อนที่ผู้ป่วยจะเดินทางมาถึงได้ด้วย

คุณ หมอมนัส บอกว่า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินระยะไกล เป็นระบบที่ให้ความสำคัญกับอัตราป่วย อัตราตายจากโรคภัยต่างๆ แต่ละวินาที...คือเวลาแห่งชีวิตของผู้ป่วย

ผู้ป่วยภาวะวิกฤติ อาทิ ผู้ป่วยโรคหัวใจ...กลุ่มหัวใจขาดเลือด ระบบการแพทย์ฉุกเฉินระยะไกล สามารถช่วยให้ลดเวลาการใช้รักษาผู้ป่วย จาก 189 นาที เหลือแค่ 34.21 นาที...ใช้เวลาลดลงถึง 80 เปอร์เซ็นต์

ผู้ป่วยอุบัติเหตุอาการหนัก ช่วยลดอัตราการตาย จาก 33.43% ในปี 2552 มาเป็น 23.53% ในต้นปี 2553

ระบบ การแพทย์ฉุกเฉินระยะไกล นับเป็นการประยุกต์เทคโนโลยีทางการสื่อสารที่ทันสมัย เข้ากับการแพทย์ฉุกเฉิน...บริการตติยภูมิเฉพาะด้าน ขยายบริการจากภายในโรงพยาบาล ไปสู่รถปฏิบัติการฉุกเฉิน ที่อยู่ห่างไกลหลายสิบกิโลเมตร

รวมถึงแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ผู้ เชี่ยวชาญ ของโรงพยาบาลอำเภอที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลมากๆ ซึ่งบางแห่งห่างจากตัวเมืองกว่า 100 กิโลเมตร

"ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ระยะไกล ทำให้รถฉุกเฉินมีศักยภาพเพิ่มขึ้น เสมือนเป็นเตียงหนึ่งของไอซียู หรือห้องผู้ป่วยหนักขนาดย่อม ที่มีอุปกรณ์ติดตามอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด"

คุณหมอมนัส ทิ้งท้าย

รศ.ดร. อัญชนา ณ ระนอง หัวหน้าโครงการวิจัยผลกระทบจากเมดิคอลฮับฯเสริมอีกว่า ปัญหาที่ส่งผลกระทบกับโครงการหลักประกันสุขภาพ เราต้องแก้ด้วยการรักษาสมดุลของผลกระทบทั้งด้านบวกและลบ

คณะวิจัยมี ข้อเสนอแนะหลายประการ...นอกจากผลิตบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มอย่างเต็มที่แล้ว ยังต้องปรับปรุงกฎระเบียบของแพทยสภา ให้เอื้อกับการนำแพทย์ชาวต่างชาติที่มีคุณภาพเข้ามา เพื่อบรรเทาผลกระทบในด้านการขาดแคลนบุคลากร ซึ่งมีความรุนแรงมากขึ้นจากการที่มีคนไข้ต่างชาติ

กรณีที่จำนวนคนไข้ ต่างชาติเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลในประเทศ ไทยเพิ่มขึ้น ก็เสนอให้เก็บค่าธรรมเนียมพิเศษเฉพาะจากคนไข้ต่างชาติที่มีจุดประสงค์หลักใน การเดินทางมาประเทศไทย เพื่อรับบริการด้านรักษาพยาบาลเท่านั้น

เพื่อ นำรายได้ส่วนนี้มาอุดหนุนการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ เพิ่ม ช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการรักษา...เพิ่มจำนวนอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในโรงเรียนแพทย์

"ปัจจุบันเรามีปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์อยู่ แล้ว ถ้าบุคลากรจำนวนมากต้องไปให้บริการคนไข้ต่างชาติอีก ก็จะยิ่งทำให้ปัญหารุนแรงมากขึ้น"

แพทย์ที่จะไปรักษาคนต่างชาติ มักเป็นอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง...ต้องใช้ระยะเวลาฝึกฝนเป็นสิบปี

การ ที่อาจารย์แพทย์เหล่านี้ถูกดึงไปรักษาคนไข้ต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงกว่า ก็จะมีผลกับคุณภาพการเรียนการสอนของแพทย์ไทย...การดึงแพทย์ระดับรองลงมาให้ อยู่ในระบบของภาครัฐ ก็จะมีต้นทุนที่สูงขึ้นตามไปด้วย

รศ.ดร.อัญชนา ย้ำว่า ปัญหาวิกฤติทางการเมืองในประเทศไทยอาจทำให้ผู้ป่วยต่างชาติจำนวนหนึ่งยังไม่ กล้าเข้ามารักษา แต่เมื่อวิกฤตินี้หายไป ธุรกิจนี้ก็มีโอกาสที่จะกลับมาเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

"ถ้าภาครัฐไม่ มีมาตรการรับมือ ก็อาจเกิดปัญหาตามมามากมาย ทั้งในด้านการขาดแคลนแพทย์ที่รักษาคนไทย...ค่ารักษาพยาบาลสำหรับคนไทยก็จะ แพงขึ้น และที่สำคัญต้นทุนของโครงการหลักประกันสุขภาพต่างๆก็จะเพิ่มขึ้น"

  • ไทยรัฐ
  • สาธารณะสุขและรัฐสวัสดิการ
  • 198 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues