หมอชนบทค้านแพทย์อินเตอร์
"แพทย์ชนบท" ออกแถลงการณ์ค้าน "หลักสูตรแพทย์ภาษาอังกฤษ มศว" ชี้ระยะยาวทำลายระบบกระจายแพทย์สู่ชนบท เตรียมพบ "รมว.สธ" สัปดาห์หน้า จี้ทบทวนและยกเลิกอนุมัติ พร้อมถาม "ปลัด สธ." ในฐานะกรรมการแพทยสภาโดยตำแหน่ง เหตุใดไม่คัดค้าน
เมื่อวันที่ 4 ก.พ. นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า ทางชมรมแพทย์ชนบทได้ออกแถลงการณ์คัดค้านกรณีที่มหาวิทยาลัยศรีนรินทรวิโรฒ (มศว) เตรียมเปิดหลักสูตรแพทยศาสตร์ภาคภาษาอังกฤษ ซึ่งทางแพทยสภาได้ผ่านการอนุมัติหลักสูตรแพทยศาสตร์นานาชาติ มศว เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยเปลี่ยนชื่อเป็นหลักสูตรโปรแกรมภาษาอังกฤษ และจะมีการรับรองการประชุมในวันที่ 12 ก.พ.นี้ เพื่อลดแรงต้านจากสาธารณะ ซึ่งชมรมแพทย์ชนบทมองว่าหลักสูตรนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของนโยบายการ ผลิตบัณฑิตแพทย์ในสถาบันของรัฐของประเทศไทย
นพ.เกรียงศักดิ์กล่าวว่า แม้ทาง มศว จะระบุว่าเป็นการผลิตแพทย์ในหลักสูตรนี้เพียงปีละ 20 คน รับเฉพาะสัญชาติไทย เรียนจบต้องใช้ทุน 3 ปี เช่นเดียวกับแพทย์ในหลักสูตรอื่น แต่อัตราค่าเล่าเรียนของหลักสูตรนี้ที่มีราคาสูงถึงคนละ 1.2 ล้านบาทต่อปี ตลอด 6 ปีต้องใช้เงินเป็นค่าเล่าเรียนกว่า 7.2 ล้านบาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ สะท้อนให้เห็นว่าจะมีก็แต่ลูกหลานของคนมีเงินเท่านั้นที่สามารถเข้าเรียนได้ ประกอบกับมาตรการบังคับให้ใช้ทุน 3 ปีในปัจจุบัน หรือคิดเป็นเพียง 5% ของเงินที่จ่ายในหลักสูตรเป็นเงินจำนวนไม่มากที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะยอมจ่าย ให้ได้
นอกจากนี้ค่าเทอมที่สูงถึง 1.2 ล้านบาทต่อปี เป็นเงินที่สูงมาก ดังนั้นวัตถุประสงค์การจัดหลักสูตรนี้น่าจะเป็นการมุ่งทำรายได้ให้กับคณะและ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมากกว่าที่จะเกิดประโยชน์ใดๆ กับสังคมไทย ทั้งๆ ที่การเรียนแพทย์ต้องมีการฝึกเย็บแผลผ่าตัดจริงกับผู้ป่วยทั่วไปที่ไม่ได้มี ฐานะร่ำรวย เป็นเสมือนผู้เสียสละให้นักศึกษาแพทย์ฝึกฝนความเชี่ยวชาญ จนเมื่อเก่งและจบการศึกษาแล้วก็หวังว่าจะได้เป็นที่พึ่งของประชาชนคนธรรมดา ต่อไป แต่การเปิดหลักสูตรแพทยศาสตร์โปรแกรมภาษาอังกฤษครั้งนี้ กลับเป็นการตอบสนองกระแสการผลิตแพทย์เพื่อการพาณิชย์ให้กับโรงพยาบาลเอกชน มากกว่า
"มศว เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการผลิตแพทย์เพื่อดูแลคนไทย โดยเฉพาะคนไทยในชนบทที่ยังขาดแคลนแพทย์อยู่อีกมาก ไม่ใช่คำนึงผลิตแต่เฉพาะแพทย์เชิงพาณิชย์ หรือคิดว่าจะไม่มีแพทย์ที่เก่งภาษาอังกฤษมาเข้าสู่ระบบ เพราะสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันในระบบสาธารณสุขก็มีภาวะสมองไหลจากชนบท สู่เมืองอยู่แล้ว หรือจาก รพ.รัฐสู่ รพ.เอกชน และจากประเทศไทยสู่ประเทศตะวันตกอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องผลิตแพทย์เพื่อป้อนตลาดระดับบนเป็นการเฉพาะ"
นพ.เกรียงศักดิ์ยังระบุอีกว่า การเปิดหลักสูตรแพทยศาสตร์โปรแกรมภาษาอังกฤษดังกล่าว มีความรีบเร่งในการอนุมัติหลักสูตรโดยขาดความรอบคอบและขาดการตรวจสอบจาก สาธารณะถึงข้อดีข้อเสีย และเป็นการผลิตเพื่อตอบสนองเชิงพาณิชย์นั้นจะส่งผลในเชิงลบต่อระบบการกระจาย แพทย์ในระยะยาว และส่งผลให้มหาวิทยาลัยอื่นๆ เอาเป็นแบบอย่างได้
เมื่อถามว่า ขณะนี้ทางแพทยสภาได้อนุมัติหลักสูตรแล้ว และยืนยันว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากการประชุมในวันที่ 12 ก.พ. เป็นแค่การรับรองผลการประชุมเท่านั้น นพ.เกรียงศักดิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ทางแพทย์ชนบทคงเข้าพบกับ รมว.สาธารณสุขในสัปดาห์หน้า ในฐานะนายกสภาพิเศษของแพทยสภา เพื่อสะท้อนปัญหาที่จะเกิดขึ้น และขอให้ยกเลิกการอนุมัติหลักสูตรดังกล่าว นอกจากนี้ จะสอบถามปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นกรรมการแพทยสภาโดยตำแหน่งด้วยว่า เหตุใดไม่คัดค้านการอนุมัติหลักสูตรดังกล่าว นอกจากนี้ยังขอเชิญชวนคณาจารย์ชาว มศว ศิษย์เก่าของคณะแพทย์ มศว รวมทั้งนิสิตแพทย์ทุกคน ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นคัดค้านการตัดสินใจที่มุ่งประโยชน์ของคนส่วนน้อยใน ครั้งนี้

