แพทยสภาอุ้มหลักสูตรหมออินเตอร์ แต่ยอมทบทวนนัดชี้ขาด11ก.พ.นี้
แพทยสภาแจงอนุมัติหลักสูตรหมออินเตอร์ของ มศว ไม่กระทบผลิตแพทย์สู่ชนบท ย้ำเป็นเสรีทางการศึกษา ต้องสอบใบประกอบวิชาชีพเป็นภาษาไทย ประชุมชี้ขาด 11 ก.พ.นี้
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. เวลา 11.00 น. กลุ่มคณาจารย์คณะแพทยศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จำนวน 4 คน นำโดย นพ.สุธีร์ รัตนะมงคลกุล ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม พร้อมด้วย ผศ.นพ.วิชิต ลีละศิธร ภาควิชารังสีวิทยา ผศ.พญ.สมัญญา ทิศาวิภาต ภาควิชาวิสัญญีวิทยา และ ผศ.นพ.ชัยพฤกษ์ กุสุมาพรรณโญ ภาควิชาวิสัญญีวิทยา เดินทางเข้าพบ ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา เนื่องจากถูกแพทยสภาเรียกเข้ามาหารือถึงข้อคัดค้านการเตรียมเปิดหลักสูตร "แพทยศาสตร์ภาคภาษาอังกฤษ" ของ มศว ที่ทางแพทยสภาได้ผ่านการอนุมัติหลักสูตรดังกล่าวแล้ว
ภายหลังการหารือนานกว่า 3 ชั่วโมง นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า การเปิดหลักสูตรแพทย์ภาษาอังกฤษเป็นเพียงแค่การพัฒนาหลักสูตรการเรียนแพทย์ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กที่มีความสามารถทางด้านภาษาได้เรียน ส่วนการคัดค้านของกลุ่มแพทย์ชนบทในหลักสูตรดังกล่าวนี้ คณะกรรมการแพทยสภาได้บรรจุเรื่องไว้เป็นวาระเร่งด่วนในการประชุมคณะกรรมการ แพทยสภาครั้งที่ 2/2553 ในวันที่ 11 ก.พ.นี้
ด้าน รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร อุปนายกแพทยสภา กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวยังได้ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการบริหารกลุ่มสถาบันแพทย ศาสตร์แห่งประเทศไทย ซึ่งยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตแพทย์สำหรับคนไทยอย่างแน่นอน แต่เป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนบางกลุ่มไม่ต้องไปเรียนแพทย์ ในต่างประเทศ นักศึกษาที่เรียนจบต้องใช้ทุน 3 ปี และยังต้องสอบใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เป็นภาษาไทย จึงไม่ต้องห่วงเรื่องการสื่อสารกับคนไทย
นพ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขาธิการแพทยสภา กล่าวยืนยันว่า การเปิดหลักสูตรแพทย์ภาษาอังกฤษจะไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตแพทย์ในชนบท เนื่องจากในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ทำโครงการผลิตแพทย์หลายโครงการ ทำให้ปัจจุบันมีแพทย์จบใหม่ปีละ 1,300 คน หรือในอีก 10 ปีข้างหน้า จะมีแพทย์จบใหม่ 13,000 คน ซึ่ง สธ.มีตำแหน่งบรรจุได้เพียง 2,000 อัตราเท่านั้น
ขณะที่ นพ.สุธีร์กล่าวว่า วันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยตนได้ขอให้แพทยสภาชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อน เพราะเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตามองว่าเกิดความแตกแยกในหมู่วงการแพทย์ จึงควรต้องรับฟังความคิดเห็นให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเพื่อให้เป็นมติของสังคม

