11/2/2010

ในการเจรจาเรื่องโลกร้อนที่ โคเปนเฮเกนเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2552 ประเทศสมาชิกอนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้มีมติให้การรับรอง เอกสารที่เรียกว่า “โคเปนเฮเกนแอคคอร์ด” (Copenhagen Accord :CA) เป็นเพียงการบันทึกรับทราบ (takes note) ว่ามีเอกสารฉบับนี้อยู่ ดังนั้นเอกสาร CA จึงมิได้มีสภาพบังคับให้ประเทศที่พัฒนาแล้วต้องส่งเป้าหมายการลดก๊าซ เรือนกระจก หรือให้ประเทศกำลังพัฒนาต้องส่งแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจก ภายในวันที่ 31 มกราคม 2553 ตามที่กำหนดไว้ในเอกสาร

กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน
13/1/2010

รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)เสนอต่อ
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา(องค์การมหาชน)

4/1/2010

เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่าการเจรจาจัดทำความตกลงเรื่องโลกร้อนที่โคเปนเฮเกนจบลงด้วยความล้มเหลว หมายความว่าไม่ได้ข้อสรุปยุติตาม Bali Road Map ที่ตั้งเป้าเจรจากันให้เสร็จภายในปี 2009 ทั้งในส่วนของพิธีสารเกียวโตและในส่วนของอนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) สิ่งที่มีการกล่าวถึงกันอยู่มากแล้ว คือ Copenhagen Accord ซึ่งรัฐสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมไม่ได้มีมติให้การรับรอง เป็นเพียงการบันทึกรับทราบไว้ว่ามีเอกสารฉบับนี้อยู่ แต่ไม่ได้มีสภาพบังคับแต่อย่างใด จึงคาดการณ์ได้ว่าสิ้นสุดเดือนมกราคมปี 2010 ตามที่กำหนดไว้ใน Copenhagen Accord จะมีรัฐสมาชิกจำนวนไม่มากที่จะประกาศตัวเลขเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกหรือแผนการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อไปเติมข้อมูลในตารางภาคผนวกของ Copenhagen Accord และจะมีเป้าหมายการลดก๊าซรวมต่ำกว่าระดับที่ต้องการเพื่อการควบคุมอุณหภูมิของบรรยากาศโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส

17/12/2009

โคเปนเฮเกน, 16 ธันวาคม: ภาคประชาชนทั่วโลกร่วมเดินขบวนทวงคืนอำนาจแก่ประชาชนเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน แต่ถูกรัฐบาลเดนมาร์กใช้ความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุมของประชาชน ที่มีตัวแทนจากภาคประชาสังคมไทยร่วมเดินขบวนด้วย องค์กรเอ็นจีโอหลายแห่งทำหนังสือประท้วงความรุนแรงที่เกิดขึ้น การจับกุมนักกิจกรรมไปหลายร้อยคน รวมถึงการปิดกั้นการมีส่วนร่วมและการเข้าถึงข้อมูลของภาคประชาชนในการร่วมสังเกตการณ์ประชุมโลกร้อนครั้งประวัติศาสตร์ของภาคีสมาชิกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในกรุงโคเปนเฮเกน